Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
กระทรวงมหาดไทย
ตึกเขียว
แม่ลิงกับลูกลิงในอก
CTW.
พระบรมรูปทรงม้า
ฮานอย...ฮาหน่อยนะ
พระบรมรูปทรงม้าในวันฟ้าหม่น
ฟาร์มโชคชัย
วัดพระแก้วและวัดโพธิ์
เด็ก ๆ ทะเลาะกัน
หมู่บ้านSankt Wolfgang
Dear Wolfgang Amadeus Mozart.
ซัลส์บวร์กไม่หนาว
Minired.
สีสันแห่งมุมไบ
แฟนเก่า
The Curious Case of Benjamin Button
ม.3 ปี 4 เรารักนาย กับพุทธปรัชญาในภูเก็ตเมืองชายทะเล
House of Flying Daggers
The Notebook: จะรักใครสักคนต้องใช้ สมอง หรือว่า ใช้ หัวใจ
หนีตามกาลิเลโอ
สี่แยกปทุมวัน ยามค่ำคืน
Play&Learnที่เพลินวาน
ราชดำเนิน
หัวลำโพง+เยาวราช
สู่ใจกลางเมืองอุบล...
เสาเฉลียง น้ำตกสร้อยสวรรค์ ทุ่งดอกหญ้า
เมืองโบราณ สมุทรปราการ
กว่าจะถึงสวนโมกข์
โอ้...ทะเลแสนงาม
วัดพระแก้ว.
โดม.
ส่องนก ณ ทะเลน้อย เมืองพัทลุง
จากหาดใหญ่ สู่ สุไหงโกลก
โกตาบารู กลันตัน มาเลเซีย
ตะวันลับฟ้าที่ซานตาโมนิก้า
เก็บตก Los Angeles และ Santa Ana
ฟ้าสีครามที่Washington, D.C.
Georgetownหนาวเหน็บ!!!!!

 
 
Favourites Diary
 
  Nong Ming
Sarut
Myself
 
 



 

The Notebook: จะรักใครสักคนต้องใช้ สมอง หรือว่า ใช้ หัวใจ

ผมยังจำได้ติดหูอยู่ถึงทุกวันนี้ เมื่อครั้งที่เรียนวิชาวรรณคดีไทยเรื่อง "กามนิต" อาจารย์ผู้สอนในห้องเรียนใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า

"การจะรักใครสักคน นั้นไม่ต้องใช้เหตุผล หากว่าเราใช้เหตุผลขึ้นมาเมื่อไหร่แล้วละก็ แสดงว่านั่นไม่ใช่ความรักแล้ว"

ผมได้ยินได้ฟังแล้วก็มานั่งคิด หากตีความประโยคที่อาจารย์กล่าวมาให้ชัดขึ้น อาจารย์น่าจะหมายความว่า

เรานิยามคำว่ารักโดย แยก "เหตุผล" กับ "อารมณ์" ออกจากกัน

การที่ใครสักคนจะรักใครคนหนึ่ง แล้วรู้สึกว่ามันใช่เลย โดยที่ไม่พยายามหาเหตุผล มีแต่จะบอกว่า "รัก รัก รัก" อย่างนั้นนั่นแหละ น่าจะเป็นความรักในนิยามที่อาจารย์พยายามบอกสอน

ในทางตรงกันข้าม หากใครสักคน ยกประเด็นเหตุผลขึ้นมาตั้งเป็นเกณฑ์ไว้ก่อน ว่าต้องจบ วุฒิเท่านั้นเท่านี้ ต้องมีอะไรอย่างโน้นอย่างนี้ มีเงินขนาดนี้ แล้วจึงหา "ร่างกายของมนุษย์" เพศชายหรือเพศหญิงสักร่างที่มันผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ อย่างนี้อาจจะไม่ใช่ความรักแล้ว

พูดแบบนี้ ก็เหมือนกับจะสื่อเป็นนัย ๆ ว่า "เหตุผล" และ "อารมณ์" น่าจะแยกออกจากกันชัดเจน ประการที่หนึ่ง

ประการที่สอง "เหตุผล" นั้นน่าจะโยงเกี่ยวกับการทำงานของ "สมอง"
ในขณะที่ "อารมณ์" นั่นเป็นเรื่องความรู้สึก ที่เกี่ยวข้องกับ "จิตใจ" ล้วน ๆ

เหมือนพูดตามตรรกะ แบบนี้ แล้ว ผู้ที่นิยามว่า "ความรัก" ไม่จำเป้นต้องมี "เหตุผล" จึงน่าจะ มองว่าความรัก เป็นเรื่องของ "จิตใจ" (บางคนเรียกว่า "หัวใจ" แต่แน่นอนว่าไม่ใช่อวัยวะที่อยู่ข้างเยื้องซ้ายของหน้าอกอย่างที่หลายคนเข้าใจ)

ในขณะที่คนที่นิยามความรัก หรือเลือกใครสักคนที่ตนรัก โดย ตั้งเกณฑ์เป็นธงกำหนดคุณสมบัติไว้ก่อนเพื่อให้เป็นเหตุเป็นผลในการจะอ้างได้ว่า "รัก" ใครสักคน กรณีนี้ อาจจะเชื่อมโยง กับ การใช้ "สมอง" เพราะ รัก แล้วต้องอ้าง "เหตุผล" ให้ได้ว่าทำไมถึง อ้างว่ารักคน ๆ นั้น

แยกออกเป็นสองแนวแบบนี้ก็เท่ดีเหมือนกันนะ

------------

จากวันนั้นถึงวันนี้ วันเวลาผ่านไปเจ็ดแปดปี ด้วยประสบการณ์ชีวิต ที่เพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย ผมเริ่มรู้สึกว่า หลายครั้งหลายหน เราไม่อาจแยกขั้ว คู่ตรงข้ามออกในลักษณะ ทวิลักษณะ (dualism)

ในยามที่เราใช้ เหตุผล เราก็ใช้อารมณ์ เพราะการเลือก ที่จะมีเหตุผล ก็เป็นอารมณ์ชนิดหนึ่ง คือ ชอบเหตุผล และรังเกียจความไร้เหตุผล

ในขณะเดียวกัน ยามที่เราใช้อารมณ์ เวลาทะเลาะหรือโต้เถียงกับใคร เราจะเห็นได้ว่า หลายครั้งหลายหน มีการเรียบเรียงเหตุผล ด้วยตรรกะที่หนักแน่น โดยเฉพาะผู้มี "การศึกษา" ทั้งหลาย ทั้งที่ก็มีอารมณ์โกรธไม่ต่างจากคนที่ผ่านการศึกษาในระบบตะวันตก แต่ก็มีจุดต่าง ก็คือ ว่า คนมีการศึกษาเหล่านี้ สามารถเรียบเรียงอ้างอิงเหตุผล (rationalize) มาสนับสนุนการใช้ อารมณ์โกรธ/ไม่พอใจ ของตนได้อย่างช่ำชอง

เพราะอย่างงี้ไงเล่าครับ ผมถึงได้มองว่า การแยกขั้วคู่ตรงข้าม ระหว่า "อารมณ์" กับ "เหตุผล" นั่นมันทำให้ คนเราพลาดอะไร ต่อมิอะไรหลายๆ อย่างไป

หลายครั้งอารมณ์ ก็ทำให้คนมีเหตุผล และในทางกลับกัน การใช้เหตุผลก็เป็นที่มาของการใช้อารมณ์เหมือนกัน

แล้วทีนี้ล่ะ ข้ออ้างที่บอกว่า "ความรักที่อ้างเหตุผลย่อมไม่ใช่ความรัก" ที่ผมเคยประทับใจเมื่อครั้งเป็นนิสิตเรียนวรรณคดีไทยเมื่อต้นปีหนึ่งน้นจะยังฟังขึ้นอยู่ไหมหนอ

แล้วจะให้ถามลึกลงไปอีก การที่ใครจะรักใครสักคนนั้นนะ เขาใช้ "จิตใจ" หรือใช้ "สมอง" มารักกันเล่า

ทำไปทำมากลายเป็นว่าเราไม่สามารถแยกออกหรอก มันอยู่แค่ว่า ใครจะมีแนวโน้มเอียงไปข้างไหนมากกว่ากัน เพียงแต่ว่า ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่งซึ่งคอยประกอบสร้างกันอยู่

เช่นคนที่ ไตร่ตรองไว้แล้วว่าต้อง "รัก" คนรวย มีเงินนะ ตรงนี้อาจดูเหมือน คน ๆ นั้นกำลังใช้เหตุผลคัดกรองคู่ชีวิตตนอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็แฝงอารมณ์ "ชอบ" หรือ "ไม่ชอบ" อยู่ในที

ในขณะเดียวกัน คนที่รักใครสักคนเพราะ เพราะปิ๊งแรกหัวใจมันบอกว่าใช่" มันก็ต้องถามหาเหตุผล เอาไปอ้างอิงกับเพื่อนฝูง หรือ พ่อแม่อยู่ดี

------------------------------

หนังเรื่อง The Noteboook เป็นเรื่องราวความรักของคู่รักคุณตาคุณยายคู่หนึ่ง ที่ชีวิตในวัยหนุ่มสาวต้องผ่านอุปสรรคมามากมาย

อุปสรรคเมื่อครั้งยังเยาว์เป็นเรื่องฐานะ ทรัพย์สินเงินทอง เพราะพ่อแม่ กำลังพยายามจะเลือกคู่ชีวิตให้เธอ ด้วย "เหตุผล" (ที่แฝงอารมณ์?) แต่พอบั้นปลายชีวิตแม้ว่าทั้งคู่จะได้อยู่ด้วยกันแล้ว ก็มีอุปสรรคเรื่องความเป็นอนิจจังของสังขาร ขึ้นมาอีก

The Notebook จะรักใครสักคนต้องใช้ สมอง หรือว่า ใช้ หัวใจ
คือฝ่ายหญิง คือ Allie มีอาการทางสมอง ที่จะจำคนรู้จักของตัวเองไม่ได้

แต่เป็นเพราะคุณตา Noah รัก เธอมาก คุณตาจึงพยายาม อ่านเรื่องราวความรัก ของพวกเขาทั้งสองคนในวัยหนุ่มสาวให้คุณยายฟัง ด้วยความหวังว่าวันหนึ่ง คุณยายจะรำลึก รื้อฟื้นความทรงจำทั้งหมดได้

ทั้งที่หมอ ก็บอกแล้วว่าโอกาสนั้นมีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย

แต่คุณตา Noah ก้ไม่เคยละความพยายามเลย

The Notebook จะรักใครสักคนต้องใช้ สมอง หรือว่า ใช้ หัวใจ

----------------------------------

พอหนังดำเนินมาถึงท้ายเรื่อง หรือ ตรงจุดที่คุณตาอ่านสมุดบันทึกถึงจุดไคลแม็กซ์ คุณยาย่ฝ่ายหญิงเหมือนจะจำ คุณตาได้และจำได้ว่าตัวเธอเองเป็นใคร แต่ความทรงจำนั้นกลับมาไม่นาน คุณยายก็ลืมอีก

ถึงตรงนี้ผมเริ่มสงสัยแล้วว่า คนเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ มองว่า "ความรัก" เนี่ย เกิดจาก "สมอง" หรือ "จิตใจ" กันแน่

เหมือนในท้องเรื่องจะเข้าเค้าว่า ผู้เขียนบทจะตีความ ว่าความรัก เกิดจาก "สมอง" ด้วยเพราะ ตัวละครฝ่ายหญิงลืมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เพราะเธอมีอาการผิดปกติทางสมอง

The Notebook จะรักใครสักคนต้องใช้ สมอง หรือว่า ใช้ หัวใจ

แต่ ในวินาที ที่ จู่ๆ คุณยายก็จำคุณตาได้ นั่นนะ ไม่ใช่เป้นเพราะเรื่องราวในสมุดบันทึกมันสะเทือนใจจนไปกระตุ้นต่อมความทรงจำของคุณยาย Allie ให้ทำงานหรอกหรือ

และ ณ วินาทีที่คุณยายตำคุณตาได้ เกิดจากอารมณ์ความรู้สึก คือเกิดจากก้นบึ้งของหัวใจที่เธอรัก Noah ที่สุดในชีวิตใช่หรือไม่

เหตุการณ์ตอนนี้ในหนังชวนให้ผมสงสัยต่อไปว่า ในความเชื่อของคนทำหนังเขาแยกแยะการทำงานของ "สมอง" ออกจากการทำงานของความรู้สึก จาก "จิตใจ" หรือเปล่า

มาถึงตรงนี้แล้วก็ต้องย้อนกลับไปที่คำถามแรก ว่าการจะรักใครสักคนเราใช้ "สมอง" คิดหาสารตะเหตุผล หรือ "จิตใจ" เพียงแค่พบเจอใครที่ใช่กันแน่

หรือสุดท้ายแล้ว เราก็แยกอะไรไม่ออกว่า "สมอง" หรือ "จิตใจ"ที่สั่งให้เรารักใครต่อใคร เพราะทั้งสมองและหัวใจต่างก็ทำงานกันเป็นทีม มันต่างกันที่ว่า แต่ละคนจะให้ใครเป็น "กัปตันทีม" ก็เท่านั้นแหละ

จะมาย่ง มาแยก "สมอง" ออกจาก "จิตใจ" หรือ "หัวใจ" นี่มันคงจะป่วยการไปแล้ว ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่า แม้แต่ "ตับไตไส้พุง" ก็ยังอยากมามีส่วนร่วมในนิยามรักของมนุษย์เลย

     Share

<< หนีตามกาลิเลโอHouse of Flying Daggers >>

Posted on Sun 16 Aug 2009 13:15




Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn